หลักการแต่งประโยค He (เขา): กฎเหล็กของ "เอกพจน์" ที่ห้ามลืมเติม S
หลักการแต่งประโยค He (เขา): กฎเหล็กของ “เอกพจน์” ที่ห้ามลืมเติม S

เมื่อเรานินทา… เอ้ย! พูดถึงบุคคลที่สามที่เป็นผู้ชาย เราจะใช้สรรพนามว่า “He” (เขา) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม ประธานเอกพจน์บุรุษที่ 3 (Third Person Singular) ความยากของมันไม่ได้อยู่ที่คำแปล แต่อยู่ที่ “คำกริยา” ที่ตามมาครับ เพราะภาษาอังกฤษมีกฎเหล็กว่า “ประธานคนเดียว กริยาต้องเติม s”

1. He แปลว่าอะไร?

แปลว่า “เขา” (ผู้ชาย) ใช้แทนชื่อคนที่เป็นผู้ชาย 1 คน (เช่น John, Father, The doctor) เมื่อเรากล่าวถึงเขาในบทสนทนา

2. กฎเหล็ก: The “S” Rule (สำคัญมาก!)

จำไว้เสมอว่า He เหงา… กริยาต้องเอาใจ (ด้วยการเติม s)

  • Verb to be: ต้องใช้ is เท่านั้น (ห้ามใช้ am/are)
    • Ex: He is my brother. (เขาเป็นพี่ชายของฉัน)
  • Verb to have: ต้องผันเป็น has (ห้ามใช้ have)
    • Ex: He has a new car. (เขามีรถคันใหม่)
  • Action Verb: กริยาทั่วไป ต้องเติม s หรือ es
    • Ex: He works at a bank. (เขาทำงานที่ธนาคาร – work เติม s)
    • Ex: He goes home. (เขากลับบ้าน – go เติม es)

3. ข้อยกเว้น (เมื่อมีตัวช่วย)

ถ้ามีกริยาช่วย (Modal Verbs) เช่น can, will, should, must เข้ามาแทรก กริยาหลัก ไม่ต้องเติม s แล้วนะครับ

  • Ex: He can play guitar. (เขาเล่นกีตาร์ได้ – play ไม่เติม s)
  • Ex: He will call later. (เขาจะโทรมาทีหลัง)

4. การตอบกลับ (Response)

เมื่อคู่สนทนาพูดถึง “He” การตอบกลับของเราก็มักจะถามต่อหรือแสดงความเห็นเกี่ยวกับ “เขา” คนนั้น

  • Statement: He looks tired. (เขาดูเหนื่อยนะ)
  • Response: He should get some sleep. (เขาควรไปนอนพักบ้างนะ)

พร้อมฝึกพูดถึง “เขา” หรือยัง?

ถ้าเข้าใจกฎการเติม s แล้ว ลองมาฝึกฟังและพูด “ประโยคบอกเล่า (He)” พร้อม “ประโยคตอบกลับ” ในสถานการณ์จริง 20 คู่ประโยค ด้วยเครื่องมือฝึกภาษาด้านล่างนี้เลย! 👇

คลิกดูและฟังประโยคตัวอย่าง

เห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ โปรดแชร์....