ชัยชนะแห่งเมตตา: ตำนานช้างนาฬาคิรี สู่บทสวด "พาหุง" อันศักดิ์สิทธิ์
ชัยชนะแห่งเมตตา: ตำนานช้างนาฬาคิรี สู่บทสวด “พาหุง” อันศักดิ์สิทธิ์

ภาพประติมากรรมที่เราเห็นอยู่เบื้องหน้านี้ คือการจำลองหนึ่งในเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ที่สุดในพุทธประวัติ เป็นฉากที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเผชิญหน้ากับ “พญาช้างนาฬาคิรี” (Nāḷāgiri) ช้างตกมันที่ดุร้ายที่สุดแห่งกรุงราชคฤห์ โดยมีพระอานนท์และเหล่าภิกษุสงฆ์ยืนอยู่เบื้องหลัง

เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าอภินิหาร แต่คืออุทาหรณ์อันยิ่งใหญ่ที่แสดงถึงอานุภาพแห่ง “เมตตาธรรม” ที่สามารถเอาชนะ “ความโกรธเกรี้ยว” อันเปรียบดั่งอสรพิษได้ และชัยชนะครั้งนี้ได้ถูกจารึกไว้เป็นอมตะในบทสวดมนต์ที่ชาวพุทธคุ้นเคยกันดี นั่นคือ บทพาหุง (บทถวายพรพระ)

แผนร้ายของพระเทวทัต สู่การปลดปล่อยพญาช้าง

ตามเนื้อความในพระคัมภีร์ เรื่องราวนี้มีจุดเริ่มต้นจากความอาฆาตมาดร้ายของ พระเทวทัต ผู้มีจิตริษยาและมุ่งปองร้ายต่อองค์พระศาสดามาโดยตลอด หลังจากแผนการลอบสังหารด้วยวิธีอื่นล้มเหลว (เช่น กลิ้งหิน) พระเทวทัตจึงวางแผนชั่วร้ายครั้งใหม่

พระเทวทัตได้สมคบคิดกับ นายควาญช้าง แห่งโรงช้างหลวง ให้มอมสุราพญาช้าง “นาฬาคิรี” (หรืออีกชื่อคือ ธนปาละ) ซึ่งเป็นช้างที่มีพละกำลังมหาศาลและดุร้ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ให้ดื่มสุราจนเมาคลุ้มคลั่งเต็มที่ (ตกมัน) ในเวลาเช้าที่พระพุทธองค์จะเสด็จออกบิณฑบาต พร้อมกับปล่อยช้างตัวนั้นออกอาละวาดในเส้นทางที่พระองค์จะเสด็จผ่าน หวังให้ช้างนาฬาคิรีทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงแก่ชีวิต

การเผชิญหน้า และอานุภาพแห่งเมตตาจิต

ในเช้าวันนั้น ขณะที่พระพุทธองค์พร้อมด้วยหมู่สงฆ์กำลังเสด็จบิณฑบาตไปตามท้องถนนกรุงราชคฤห์ ช้างนาฬาคิรีที่ถูกปล่อยออกมาก็วิ่งฝ่ากลุ่มชนด้วยความคลุ้มคลั่ง ส่งเสียงร้องกึกก้องทำลายบ้านเรือนและทำร้ายผู้คนล้มตายไปตลอดทาง ประชาชนต่างแตกตื่นวิ่งหนีตายกันอลหม่าน

เมื่อพระอานนท์เถระ พุทธอุปัฏฐาก เห็นพญาช้างคลั่งกำลังมุ่งตรงมายังพระศาสดา ด้วยความรักและห่วงใยในองค์พระศาสดาอย่างที่สุด พระอานนท์จึงได้ตัดสินใจออกไปยืนขวางอยู่เบื้องหน้าพระพุทธองค์ หวังยอมสละชีวิตตนเองเพื่อปกป้องพระพุทธเจ้า

แต่ทว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงใช้พระพุทธานุภาพตรัสห้ามพระอานนท์ให้หลีกไป แล้วพระองค์ก็ทรงยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าพญาช้างที่กำลังวิ่งตรงเข้ามาด้วยความบ้าคลั่ง

ณ วินาทีนั้นเอง องค์พระศาสดามิได้ทรงใช้อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ใด ๆ ในการต่อสู้ แต่พระองค์ได้ทรงแผ่กระแส “เมตตาจิต” อันไพศาลอย่างหาประมาณมิได้ ตรงไปยังพญาช้างนาฬาคิรี

อานุภาพแห่งกระแสเมตตาที่เยือกเย็นนั้น ได้ซึมซาบเข้าไปดับไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวและความมึนเมาจากสุราในใจของพญาช้างโดยฉับพลัน ช้างนาฬาคิรีที่เคยดุร้าย เมื่อวิ่งเข้ามาใกล้รัศมีแห่งพระเมตตา ก็พลันชะงักงัน หยุดนิ่ง อาการคลุ้มคลั่งทั้งหมดมลายหายไปสิ้น มันค่อยๆ ลดงวงลง เดินเข้ามาหาพระพุทธองค์ แล้ว “หมอบกราบ” ลงแทบพระบาทของพระศาสดาอย่างสงบนิ่ง สิ้นพยศโดยสิ้นเชิง

องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงยกพระหัตถ์ขวาลูบที่กระพอง (ศีรษะ) ของพญาช้าง พร้อมกับประทานโอวาทแก่ช้างนาฬาคิรีได้ยืนนิ่งสงบฟังพระสุรเสียงนั้น ก่อให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาแก่หมู่มหาชนที่เห็นเหตุการณ์เป็นอย่างยิ่ง

การเชื่อมโยงสู่บทสวด “พาหุง” (ชัยมงคลคาถา)

ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่ “ความเมตตา” มีต่อ “ความโหดร้าย” ในครั้งนี้ ได้รับการกล่าวขานและถูกนำมาประพันธ์ไว้เป็น 1 ใน 8 ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธองค์ ใน “บทชยันโต” หรือที่เรียกกันว่า “พาหุงมหากา” (ชัยมงคลคาถา) ในบทที่ 5 ความว่า:

นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง (Nāḷāgiriṃ gajavaraṃ atimattabhūtaṃ) พญาช้างชื่อนาฬาคิรี เป็นช้างที่ประเสริฐ ตกมันอย่างยิ่ง

ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง (Dāvaggicakkamasanīva sudāruṇantaṃ) แสนจะดุร้าย ประดุจไฟป่า จักราวุธ และสายฟ้า

เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท (Mettambusekavidhinā jitavā munindo) พระจอมมุนี (พระพุทธเจ้า) ทรงเอาชนะได้ ด้วยวิธีรดด้วยน้ำคือเมตตา

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ (Taṃ tejasā bhavatu te jayamaṅgalāni) ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน

“เมตตัมพุเสกะวิธินา” (Mettambusekavidhinā) คือหัวใจของบทนี้ หมายถึง “ทรงรดด้วยน้ำคือเมตตา” ชี้ให้เห็นว่าอาวุธที่พระพุทธองค์ทรงใช้ปราบพยศช้างคลั่งนั้น ไม่ใช่อาวุธใดเลย หากแต่เป็น “น้ำแห่งพระเมตตา” อันบริสุทธิ์

ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่เราได้เห็นภาพเหตุการณ์นี้ หรือได้สวดสาธยายบทพาหุงในบทนี้ ก็คือการย้ำเตือนตนเองว่า แม้แต่ความโกรธเกรี้ยวบ้าคลั่งที่รุนแรงที่สุด (ดั่งช้างนาฬาคิรี) ก็ย่อมพ่ายแพ้ต่อพลังแห่งความเมตตาที่สงบเยือกเย็นได้เสมอ นี่คือชัยชนะที่แท้จริงตามแนวทางของพระพุทธศาสนา ที่สอนให้เราดับไฟแห่งโทสะด้วยอานุภาพแห่งเมตตานั่นเอง

เห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ โปรดแชร์....