เอกสารนี้คือ “เทศนากฐิน” ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) โดยทรงนิพนธ์ไว้เมื่อปี พ.ศ. 2485 ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระอมรเวที หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์โดยเสด็จพระราชกุศลในงานพระเมรุพระศพของพระองค์ ณ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2517
เนื้อหาแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้:
1. พระประวัติสังเขป
เป็นประวัติโดยย่อของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น ปุณฺณสิริมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สรุปได้ดังนี้:
- ชาติภูมิ: พระนามเดิม ปุ่น สุขเจริญ ประสูติเมื่อ 30 มีนาคม 2439 ที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี
- การศึกษาและบรรพชา: ได้ศึกษาเบื้องต้นกับบิดาและที่วัดสองพี่น้อง ก่อนจะย้ายมาอยู่วัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) กรุงเทพฯ และอุปสมบทเมื่อพระชนม์ 22 พรรษา สอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค
- การทำงาน: ทรงเป็นที่ยอมรับในหลายด้าน
- การศึกษา: ทรงเป็นครูสอนบาลี และสนับสนุนการศึกษาทั้งปริยัติและปฏิบัติ
- การเทศนา: ได้รับการยกย่องว่าเป็น “พระคณาจารย์เอกทางเทศนา”
- การปกครอง: ทรงดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย เช่น เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ (ตั้งแต่ พ.ศ. 2491) , สังฆมนตรี , แม่กองงานพระธรรมทูต , และเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
- สมณศักดิ์: ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช เมื่อ พ.ศ. 2515 และทรงดำรงตำแหน่งอยู่ 1 ปีครึ่ง ทรงมีพระชนมายุ 78 ปี
2. เทศนากฐิน
เป็นเนื้อหาหลักของเทศนาเรื่องกฐิน โดยเริ่มจากพุทธภาษิตว่า “ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินนฺติ” (บุญทั้งหลาย ย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในปรโลก) มีประเด็นสำคัญดังนี้:
- ความสำคัญของกฐิน: เป็น “กาลทานพิเศษ” ที่พุทธศาสนิกชนทุกชั้นนิยมทำ แม้พระมหากษัตริย์ก็ทรงถือเป็นราชประเพณี ถือเป็นมหาทานอย่างสูงและสร้างความสามัคคี
- หลักพระวินัย:
- กฐินเป็นพุทธานุญาตพิเศษให้ภิกษุที่จำพรรษาครบไตรมาสได้ผลัดเปลี่ยนไตรจีวร
- การถวายต้องทำเป็นสังฆกรรม ในวัดที่มีภิกษุ 5 รูปขึ้นไป
- ผ้าที่ถวาย (สังฆาฏิ, อุตราสงค์ หรืออันตรวาสก) ต้องทำให้เสร็จภายในวันนั้น
- อานิสงส์กฐิน: ภิกษุผู้ได้กรานกฐินแล้วจะได้รับอานิสงส์ (สิทธิพิเศษ) 5 ประการ เช่น เที่ยวไปไม่ต้องบอกลา , ไม่ต้องเอาไตรจีวรไปครบชุด , และเก็บอติเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา
- การสิ้นสุดอานิสงส์ (กฐินเดาะ): อธิบายถึงเหตุที่ทำให้สิทธิพิเศษเหล่านี้สิ้นสุดลง ซึ่งเรียกว่า “กฐินเดาะ” โดยเกี่ยวข้องกับ “ปลิโพธ” (ความกังวล) 2 ประการ คือ กังวลในอาวาส และกังวลในจีวร
- ประเด็นสำคัญ: ผ้ากฐินสำเร็จรูป: เทศนานี้ได้วิเคราะห์ปัญหาว่า “ผ้ากฐินที่ทายกทำสำเร็จมาแล้ว” (ตัดเย็บย้อมเสร็จแล้ว) สามารถใช้กรานกฐินได้ถูกต้องตามพระวินัยหรือไม่
- ข้อสรุป: พระนิพนธ์สรุปว่า ใช้ได้ โดยอ้างอิงหลักฐานสนับสนุนหลายประการ:
- อรรถกถา: อ้างอรรถกถาที่ระบุว่า “ถ้าผ้าที่เขาทำเสร็จเรียบร้อยแล้วเกิดขึ้น ดีทีเดียว (สุนทรเมว)” และอรรถกถาสมันตปาสาทิกาก็รับรองเช่นกัน
- การตีความ: กิจที่ต้องทำ (เช่น ตัด เย็บ) หากสำเร็จมาแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องทำอีก เหมือนการทำอุโบสถในเวลากลางวัน ก็ไม่จำเป็นต้องจุดประทีป
- การปฏิบัติจริง: ภิกษุในปัจจุบันก็ใช้จีวรสำเร็จรูปที่ชาวบ้านถวาย หากถือว่าใช้ไม่ได้ ก็จะขัดกับการปฏิบัติจริง
- ธรรมเนียมปฏิบัติ: อ้างถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ (รัชกาลที่ 4) ซึ่งทรงเป็นปราชญ์ทางธรรมวินัยอย่างสูง ก็ยังทรงถวายผ้ากฐินทั้งแบบที่สำเร็จแล้วและแบบผ้าขาว แสดงว่าทรงถือว่าผ้าทั้งสองชนิดใช้ได้เท่ากันตามแนวบาลีและอรรถกถา
- ข้อสรุป: พระนิพนธ์สรุปว่า ใช้ได้ โดยอ้างอิงหลักฐานสนับสนุนหลายประการ:
- บทสรุป: กฐินทานเป็นบุญที่ให้ผลไพบูลย์ ทั้งผู้ทำเอง ผู้ช่วย และผู้อนุโมทนา บุญนี้จะอำนวยความสุขในโลกนี้ และเป็นที่พึ่งในปรโลก (โลกหน้า) ตามพุทธภาษิตที่ยกมาในตอนต้น




